October 1, 2022

ปาทริค วิเอร่า จากเด็กน้อยลี้ภัยชาวเซเนกัล สู่ตำนานกองกลางระดับโลก

ชีวิตในวัยเด็กของปาทริค วิเอร่า เขาเป็นชาวเซเนกัลโดยกำเนิด โดยครอบครัวของเขาย้ายมายังประเทศฝรั่งเศสเมื่อวิเอร่าอายุเพียงแปดขวบเท่านั้น พ่อแม่เขาหย่าร้างกันเมื่อวิเอร่ายังเด็ก ปู่ของวิเอาร่ารับราชการในกองทัพฝรั่งเศสทำให้เขามีสิทธิ์ได้รับสัญชาติฝรั่งเศสตั้งแต่แรกเกิด ปาทริค วิเอร่า ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในรุ่นของเขา วิเอร่าเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งของเขาด้วยวัย 17 ปี กับสโมสรคานส์ ในลีกเอิงฝรั่งเศส ในปี 1994  จากผลงานอันยอดเยี่ยมของเขาทำให้เขาได้มีโอกาสย้ายทีมไปค้าแข้งยังเซเรียอากับสโมสรปีศาจแดงดำเอซีมิลานในปีต่อมา ด้วยความที่ยังอ่อนหัดประกอบกับเวทีเซเรียอามันใหญ่เกินไปสำหรับวิเอร่า ทำให้ฤดูกาลแรกของเขาถือเป็นประสบการณ์อันเลวร้ายอย่างมาก ทำให้เวลาทั้งหมดในอิตาลีของเขาตกอยู่ในตำแหน่งผู้เล่นสำรองข้างสนามเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยเขาลงสนามให้กับมิลานไปเพียงแค่สองนัดเท่านั้น จึงทำให้วิเอร่าจำเป็นต้องย้ายออกจากทีมเอซีมิลาน เพื่อไปหาทีมที่จะให้โอกาสเขาลงสนามเพื่อโชว์ฟอร์มเก่งออกมา และทีมที่เขาเลือกย้ายไปนั้น คือ อาร์เซน่อล ที่มีนายใหญ่ชื่อว่า อาแซน เวนเกอร์ และนับตั้งแต่นั้นมาตำนานจึงเกิดขึ้น ปาทริก วิเอร่า ในสีเสื้ออาร์เซน่อล เขาเปิดตัวได้อย่างเร้าใจด้วยการยิงประตูแรกใส่ทีมดาร์บี้เคาน์ตี้ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 วัน นับจากที่เขาย้ายมาสู่อาร์เซนอล เขาได้รับการคาดหมายว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นกองกลางระดับโลกได้อย่างแน่นอน

ตลอดเวลา 9 ปีของเขาในถิ่นไฮบริวรี่ วิเอร่าได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในฐานะกองกลางตัวตัดเกมส์ด้วยสไตล์การเล่นที่ดุดันและแข็งแกร่ง รวมกับทักษะในเชิงลูกหนังที่เต็มเปี่ยม ภายใต้การดูแลจากนายใหญ่ชาวฝรั่งเศสที่เปรียบเสมือนพ่อคนหนึ่งของวิเอร่า ทำให้วิเอร่าสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนถูกจัดเป็นนักเตะกองกลางระดับโลก เขาได้รับการเสนอชื่อในทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีกพีเอฟเอเป็นเวลา 6 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 1999 ถึง 2005 เขาช่วยให้ทีมปืนใหญ่อาร์เซน่อลประสบความสำเร็จอย่างมากมาย เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย และคว้าแชมป์เอฟเอคัพ 4 สมัย ปาทริค วิเอร่า ได้รับการยกย่องให้เป็นนักเตะ ตำแหน่งกองกลางที่ดีที่สุดของสโมสรอาร์เซ่นอล โดยหลังจากที่วิเอร่าย้ายออกจากอาร์เซน่อลแล้ว ทางสโมสรก็ไม่สามารถหาคนที่จะมาทำหน้าที่แทนเขาได้เลย และเช่นเดียวกันนับตั้งแต่วิเอร่าย้ายออกจากอาร์เซน่อลแล้ว สโมสรแห่งนี้ก็ไม่เคยคว้าแชมป์ลีกได้อีกเลย บ่งบอกให้เห็นว่าวิเอร่ามีความสำคัญกับอาร์เซน่อลมากมายขนาดไหน

ในปี 2005 วิเอร่าได้ตกลงที่จะย้ายไปหาความท้าทายใหม่กับทีมม้าลายยูเวนตุส ด้วยค่าตัว 13.75 ล้านปอนด์ โดยเขาได้มีโอกาสกลับมาร่วมงานอีกครั้งกับ ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือจอมเก๋า หลังจากครั้งแรกเคยร่วมงานกันแล้วในสีเสื้อเอซีมิลาน ในครั้งที่วิเอร่ายังเป็นนักเตะวัยรุ่นและมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับเซเรียอา แต่การกลับมาเซเรียอาในครั้งนี้ ปาทริค วิเอร่า เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก เขามาในฐานะกองกลางระดับโลกที่พ่วงความสำเร็จมากมายทั้งระดับสโมสรและระดับทีมชาติ (คว้าแชมป์โลก 1998 และแชมป์ยูโร 2000) ในทีมม้าลาย ปาทริค วิเอร่า ได้เล่นร่วมกับกองกลางตัวแกร่งอย่างเอเมอร์สัน จากบราซิล และ พาเวล เนดเวด จากสาธารณรัฐเช็ก โดยพวกเขาได้แชมป์กัลโช่ร่วมกับยูเวนตุส 2 สมัย จนมาถึงเหตุการณ์ที่ทีมม้าลายถูกปรับลดชั้นไปเล่นในเซเรียบี ทำให้สตาร์หลายรายต้องโบยบินออกจากม้าลายยูเวนตุส ทั้ง จิอันลูก้า ซามบรอตต้า ที่เลือกไปบาร์เซโลน่า, ฟาบิโอ คันนาวาโร่ เลือกย้ายไปเรอัล มาดริด, อาเดรียน มูตู เลือกย้ายไปยังฟิออเรนติน่า, ซลาตัน อิบราฮิมโมวิช เลือกย้ายไปงูใหญ่อินเตอร์มิลาน เช่นเดียวกับในรายของปาทริค วิเอร่า ที่เลือกย้ายไปยังอินเตอร์มิลาน

ในสีเสื้ออินเตอร์มิลานนั้น วิเอร่าได้พบกับฝันร้ายอีกครั้ง จากชายที่คว้าแชมป์อย่างมากมายทั้งในระดับสโมสรและระดับชาติ แชมป์ทุกถ้วยในโลกใบนี้ วิเอร่าได้มีโอกาสชูมาหมดแล้ว เขาเดินทางมายังซานซีโร่ในฐานะกองกลางเบอร์ต้นๆ ของโลก แต่กับที่อินเตอร์มิลานภายใต้การคุมทัพของมูรินโญ่ ด้วยการที่วิเอร่าไม่ได้อยู่ในแผนของมูรินโญ่ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว วิเอาร่าจึงถูกจับนั่งเป็นตัวสำรองเสียส่วนใหญ่ จึงทำให้อนาคตของเขานั้น ดับตั้งแต่เดินออกจากถิ่นตูริน โดยที่เมื่อเขาไม่โอกาสที่จะได้ลงเล่นมากนัก จากนั้นในปี 2010 เขาได้ย้ายกลับมายังเกาะอังกฤษอีกครั้ง โดยครั้งนี้ได้ย้ายมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ซิตี้ ภายใต้กุนซือ โรแบร์โต้ มันชินี่ แต่เป็นการย้ายมาร่วมทีมเพียงระยะเวลาสั้นๆ แค่เพียงปีเดียว เขาลงสนามภายใต้เครื่องแบบสีฟ้าไปจำนวน 28 นัด ทำประตูได้ 3 ลูก หลังจากนั้นในปี 2011 วิเอร่าได้ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการ ด้วยวัย 35 ปี โดยได้ขึ้นไปทำหน้าที่ฝ่ายบริหารของทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยจะเน้นดูแลด้านการพัฒนาเยาวชนเป็นหลัก และอีกหลายส่วนรวมถึงการติดต่อกับสังคมภายนอกสโมสร หลังจากนั้นได้ก้าวเข้ามารับหน้าที่ผู้จัดการทีมปราสาทเรือนแก้ว คริสตัล พาเลซ ทีมในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในปี 2021 เป็นต้นมา